ในช่วงทศวรรษ
1980 บริษัท
ฮ่องกง อี้ฟางถัง ผลิตภัณฑ์ยา (กรุ๊ป) จำกัด
ยึดมั่นในเจตนารมณ์ที่จะสืบสานพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาแผนโบราณจีนและสร้างนวัตกรรมขึ้นใหม่
จึงได้ดำเนินงานวิจัยโดยประสานกับองค์กรวิจัยวิทยาศาสตร์ระดับสากลหลายแห่ง
เป็นเวลานานกว่า 15 ปี เพื่อศึกษาค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพที่มีอยู่
จนได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยการบำรุงไตซึ่งเป็นทฤษฎีใหม่ที่แตกต่างจากทฤษฎีเดิม ๆ
พร้อมกับนำเสนอ Hai Gou Wan ชนิดใหม่ออกสู่ตลาด
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผลิตขึ้นโดยอาศัยกรรมวิธีการสกัดส่วนประกอบที่มีคุณค่าอาหารสูงจากร่างกายของตัวแมวน้ำทุกส่วน
ซึ่งเป็นส่วนประกอบทางชีวภาพที่บริสุทธิ์
และนำสารสกัดดังกล่าวผสมเข้ากับสมุนไพรจีนที่มีคุณค่าสูงกว่าสิบชนิด
โดยผ่านการทดลองและผสมสูตรเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีนับพันนับหมื่นครั้ง
จนประสบความสำเร็จในที่สุด
ผลิตภัณฑ์อุดมด้วยสารที่มีประสิทธิภาพต่อระบบการทำงานของไตและระบบไหลเวียนโลหิต ตลอดจนวิตามินที่มีประสิทธิภาพต่อการทำงานของไตจำนวนมาก (เช่น
กรดอะมิโน กรดไขมันไม่อิ่มตัว เลซิทีน
คอไลน์ โพลิแซคคาไรด์ดิบ และ
เกลือแร่อีกจำนวนมาก)
สารอาหารในผลิตภัณฑ์เป็นสารที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับสารที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในไตของร่างกาย
จึงง่ายต่อการย่อยสลายในระบบย่อยอาหารของร่างกาย
และดูดซึมเข้าสู่ลำไส้เล็กโดยตรงได้
โดยไม่เพิ่มภาระแก่ระบบทำงานของหัวใจและตับ
นอกจากนี้ ยังประกอบด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ธรรมชาติ จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ไม่เสียง่าย
จากสาเหตุของการเกิดออกซิเดชั่น
ทฤษฏีว่าด้วยการบำรุงไต
ตามคติของอี้ฟางถัง ประกอบด้วยทัศนคติ 4 ประการ ดังนี้
ประการที่ 1 : อาการอ่อนล้าของไตเป็นต้นเหตุสำคัญของภาวะไตเสื่อม
และเป็นต้นเหตุที่ส่งผลกระทบถึงสุขภาพและคุณภาพของชีวิตร่างกาย
สภาพทางพยาธิสรีรวิทยาของไต
สามารถแยกความแข็งแรงออกเป็น 3
ระยะเช่นเดียวกับสภาพความแข็งแรงของร่างกายคน
ระยะแรกอยู่ในสภาพแข็งแรง
ระยะที่สองอยู่ในสภาพกึ่งแข็งแรง
และระยะสาม เข้าสู่ขั้นเกิดความเจ็บป่วย
สภาพกึ่งแข็งแรงของไต ก็คือ การเกิดอาการอ่อนล้าของไต ส่วนโรคไตที่ว่า “ภาวะไตอ่อนล้า” หรือ “ไตวาย”
ล้วนถูกจัดอยู่ในขั้นที่มีอาการป่วยของไต
จากผลการวิจัยพบว่า
ภาวะไตอ่อนล้าเป็นต้นเหตุสำคัญที่จะนำไปสู่การเกิดภาวะกลุ่มอาการไตอ่อนล้า
ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสุขภาพอยู่ในขั้นกึ่งแข็งแรงของคนในเมืองปัจจุบัน
และเป็นต้นเหตุที่จะนำไปสู่ภาวะไตเสื่อม
ตามทฤษฎีการแพทย์จีน ไตเป็นรากฐานของชีวิตคน
สภาพความแข็งแรงของไตส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคน ดังนั้น การถนอมและรักษาความแข็งแรงของไต
ตลอดจนรักษาความมีชีวิตชีวา และแหล่งพลังของไต
จึงเป็นประเด็นสำคัญของการสร้างหลักประกันแก่ความมีสุขภาพดี
ประการที่ 2 : ต้องสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีแก่ไต
โครงสร้างของไตที่สำคัญ
ประกอบด้วยหน่วยกรองไตและท่อไต ซึ่งเต็มไปด้วยหลอดโลหิต
และมีเลือดไหลผ่านปริมาณมากหนึ่งในสี่ส่วนของเลือดที่ขับออกจากระบบหัวใจไหลเวียนผ่านไต
สารประกอบของสารแอนตี้บอดี้ในวงจรมักเกิดการตกตะกอนทำให้เกิดอาการอักเสบ ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการไหลเวียนของปริมาณเลือดย่อมส่งผลกระทบต่อระบบไต ไตยังเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ด้านการขับถ่ายของที่เกิดจากการเผาผลาญ
ยาและของมีพิษในร่างกาย
เมื่อสิ่งเหล่านี้ผ่านการกลั่นกรองและขับถ่ายจากไต
ก็จะก่อความเสียหายแก่ไตได้ นอกจากนี้
ไตยังแบกรับภาระในการปรับความสมดุลของความดันเลือด น้ำ และชีวเคมีในร่างกาย
เพื่อรักษาสภาพความสมดุลคงที่ของสิ่งแวดล้อมในร่างกาย
จึงกล่าวได้ว่าเป็นระบบรักษาสิ่งแวดล้อมในร่างกาย
หากสมรรถภาพของไตเกิดการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิสรีรวิทยา เช่น
ภาวะไตอ่อนล้า หรือไตอ่อนแอ
ก็จะส่งผลต่อระบบขับถ่ายของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย
เป็นเหตุให้สารพิษและของเสียตกตะกอนในระบบไต
หากไม่สามารถทำความสะอาดแก่ไตอย่างมีประสิทธิภาพอย่างทันท่วงที
ก็จะสร้างความเสียหายแก่สุขภาพ และเป็นอันตรายต่อชีวิตโดยตรง เมื่อถึงเวลานั้นจึงเริ่มมาสนใจกับการบำรุงไตก็จะสายเกินไป
เพราะไตเสื่อมสภาพลงจนไม่อาจรับสารบำรุงได้เสียแล้ว โลกต้องมีสิ่งแวดล้อมที่ดีฉันใด
ร่างกายและไตของเราก็ต้องมีสิ่งแวดล้อมที่ดีฉันนั้น ดังคำกล่าวที่ว่า
ตราบใดที่ไม่ขับของเสียออกจากไต เป็นไปไม่ได้ที่ร่างกายจะมีสุขภาพที่แข็งแรง
ประการที่ 3 : ทฤษฎีว่าด้วยร่างกายไม่รับสารบำรุงขณะอ่อนแอ
ไตเป็นอวัยวะในระบบปัสสาวะ
เป็นระบบขับถ่ายสารพิษที่สำคัญของร่างกาย
คนเราเมื่อย่างเข้าสู่วัยกลางคน
ไตจะมีสารพิษและของเสียที่เหลือจากการเผาผลาญหมักหมมอยู่จำนวนมากเหมือนฟองน้ำที่ปนเปื้อนด้วยน้ำมันสกปรก
หากไม่สามารถช่วยและเสริมสมรรถภาพในการรักษาสิ่งแวดล้อมของไต
เพื่อขจัดสารพิษและของเสียจากระบบเผาผลาญ ทั้งในระบบไตและระบบอื่น ๆ ในร่างกาย
ไม่ว่าจะบำรุงอย่างไร ไตก็ไม่อาจรับได้ในขณะนั้น
ประการที่ 4 : เน้นการบำรุงรักษาที่ต่อเนื่อง
ภาวะอ่อนแอ
และการเสื่อมของไต หาได้เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันเพียงชั่วข้ามคืนไม่ มีคำพังเพยกล่าวว่า “โรคมาเหมือนเขาถล่ม โรคไปเหมือนชักใย” ฉะนั้น การแก้ไขปัญหาไต จะต้องค่อยเป็นค่อยไป
จะหวังผลทันตาเห็นไม่ได้ จะต้องบำรุงไตโดยปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ไม่ขาดระยะ
และอย่างรอบด้าน
หลีกเลี่ยงวิธีปฏิบัติแบบยัดเยียดเพื่อหวังผลรวดเร็วที่เรียกว่า “โด๊ปไต
เพื่อเพิ่มพลังทางเพศ” วิธีการบำรุงไตที่เจาะจงแต่ไตด้านเดียว
เป็นเพียงมุ่งต่อการกระตุ้นในฟื้นคืนภาวะปกติของไตแต่ภายนอก
เพื่อขจัดปัญหาการขาดสมรรถภาพทางเพศ
และอาการอ่อนเพลียไม่มีเรี่ยวแรงของร่างกาย
ทั้งนี้ ยังคงเป็นวิธีรักษาแต่อาการ มิได้รักษาที่ต้นตอ
ทั้งยังมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงอีกด้วย แต่วิธีการบำรุงรักษาไตจะเน้นที่ฟื้นฟูสมรรถภาพที่มีอยู่เดิมของไต
ฟื้นฟูพลังการทำงานของระบบไต เพิ่มความสามารถในการสร้าง “สารกระตุ้นการทำงานของไต”
ซึ่งไตสามารถสร้างขึ้นเองได้ เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับไต เช่น
อาการอ่อนเพลีย
ไม่มีเรี่ยวแรง สมรรถภาพทางเพศเสื่อม ภาวะอ่อนล้า
และภาวะอ่อนแอของไตให้หมดสิ้นไป
และเกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริงต่อการบำรุงรักษาไต คงไว้ซึ่งสมรรถภาพทางเพศ เสริมสุขภาพให้แข็งแรงและมีอายุยืนยาว
ไหโก่วหวัน ผลิตจากสมุนไพรทางธรรมชาติ
ส่วนประกอบสำคัญ คือ ไหโก่ว โก๋วจี่ (เก๋ากี้) อี้จื้อ (เอี๊ยะตี่)
ซันเย่า(ซัวเอี๊ยะ) ฉานหย่ง (ฉ่ายย่ง) โย่วกุ้ย (เน็กกุ่ย) ฯลฯ
จากการทดสอบพบว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยให้ร่างกายไม่เหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้ง่าย
ปกป้องให้ร่างกายมีสุขภาพดี
สารอาหารและปริมาณ:ใน 100 g ประกอบด้วย โพลิแซคคาไรด์ ชนิดหยาบ 250 mg
สรรพคุณ : ต่อต้านความอ่อนเพลียของร่างกาย
บำรุงไตโดยไม่ส่งผลข้างเคียงต่อร่างกาย มีผลต่อการต่อต้านความเหนื่อยล้าของไต
บำรุงไตด้วยการเสริมพลังวังชา ป้องกันความเสื่อมของไต
เสริมภูมิต้านทานของร่างกาย ต่อต้านความอ่อนเพลีย ช่วยชะลอความแก่
เสริมสร้างความแข็งแรงของระบบกระดูกและเอ็น ขับภาวะลมและภาวะเย็นในร่างกาย
วิธีรับประทาน:วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 8 เม็ด (ถ้าเคี้ยวกินยิ่งดี)
คุณวุฒิ ภัคประเสริฐ 091-745-1919, 094-956-1691
E-mail: wut3699@gmail.com
Line ID: wut3699






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น