วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อาหารเสริมบำรุงไต ไหโก่วหวัน ตราอี้ฟางถัง

ไหโก่วหวัน ตราอี้ฟางถัง
                  ไหโก่วหวัน ตราอี้ฟางถัง ทำจากสมุนไพรธรรมชาติ อันประกอบด้วยวัตถุดิบจากตัวแมวน้ำในพื้นที่ปลอดมลภาวะของประเทศแคนาดา ซึ่งมีคุณค่าทางยาสูงเป็นสำคัญ และสมุนไพรจีนที่มีคุณค่าสูงหลายชนิด โดยผ่านการทดลองและผสมสูตร นับพันนับหมื่นครั้งกว่าจะสำเร็จ ด้วยกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันและละเอียด  ผลิตภัณฑ์ไหโก่วหวัน ได้สืบสานเจตนารมณ์ “ดีเลิศ ซื่อสัตย์ ดั้งเดิม และปรารถนาดี” ของแบรนด์อี้ฟางถัง  สร้างสมสรรพคุณอันล้ำเลิศของผลิตภัณฑ์บำรุงไตที่สืบทอดมาจากอดีตกว่าร้อยปี เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างสุขภาพด้วยการมีไตที่แข็งแรงในขั้นพื้นฐาน ซึ่งแตกต่างกับผลิตภัณฑ์บำรุงไตในลักษณะที่เจาะจงเพียงด้านเดียวที่มีอยู่ทั่วไป   ไหโก่วหวัน ตราอี้ฟางถัง ได้อาศัยทฤษฎีว่าด้วยการทำงานเกี่ยวเนื่องซึ่งกันและกัน และส่งผลต่อกันของอวัยวะภายในร่างกาย เน้นการบำรุงระบบการทำงานของไต ม้าม และ ปอด  ทั้ง 3 ระบบ ซึ่งทำงานส่งเสริมซึ่งกันและกัน มีผลต่อการแก้ไขความเสื่อมสภาพของไต  เสริมประสิทธิภาพการทำงานของม้าม (ผลิตเม็ดเลือด กรองเลือด ทำลายเม็ดเลือดที่หมดอายุ และเป็นแหล่งสำรองเลือด)  และปอด ซึ่งควบคุมระบบหายใจ เพื่อให้ระบบการทำงานของม้ามและปอดกลับมาสนับสนุนระบบการทำงานของไต  ทำให้ไตเปี่ยมด้วยพลัง และส่งผลต่อความกระฉับกระเฉงของร่างกาย แก้ไขปัญหาความเหนื่อยล้าของไตในขั้นพื้นฐาน บรรลุซึ่งเสริมสมรรถภาพทางร่างกายโดยรวม ทั้งภายในและภายนอกให้ดีขึ้น

ลักษณะพิเศษของผลิตภัณฑ์
                  ไหโก่วหวัน ผลิตจากสมุนไพรทางธรรมชาติ  ส่วนประกอบสำคัญ  คือ  ไหโก่ว  โก๋วจี่ (เก๋ากี้)  อี้จื้อ (เอี๊ยะตี่)  ซันเย่า (ซัวเอี๊ยะ)  ฉานหย่ง (ฉ่ายย่ง)  โย่วกุ้ย (เน็กกุ่ย)  ฯลฯ   จากการทดสอบพบว่า ผลิตภัณฑ์นี้ช่วยให้ร่างกายไม่เหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้ง่าย ปกป้องให้ร่างกายมีสุขภาพดี
·       ส่วนประกอบสำคัญ  : ไหโก่ว  โก๋วจี่  อี้จื้อ   ซันเย่า   ฉานหย่ง   โย่วกุ้ย
·       สารอาหารและปริมาณ  ใน 100 g ประกอบด้วย โพลิแซคคาไรด์ ชนิดหยาบ 250 mg
·       สรรพคุณ  ต่อต้านความอ่อนเพลียของร่างกาย
บำรุงไตโดยไม่ส่งผลข้างเคียงต่อร่างกาย มีผลต่อการต่อต้านความเหนื่อยล้าของไต
บำรุงไตด้วยการเสริมพลังวังชา ป้องกันความเสื่อมของไต
เสริมภูมิต้านทานของร่างกาย  ต่อต้านความอ่อนเพลีย  ช่วยชะลอความแก่
เสริมสร้างความแข็งแรงของระบบกระดูกและเอ็น  ขับภาวะลมและภาวะเย็นในร่างกาย
·       วิธีรับประทาน  วันละ  ครั้ง  ครั้งละ  8  เม็ด (ถ้าเคี้ยวกินยิ่งดี)
·       เหมาะสำหรับ 
1.     ผู้ที่มีภาวะไตอ่อนล้า ไตอ่อนแอ ที่มีอาการเข่าไม่มีแรง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ องคชาตไม่แข็งตัว  อาการหลั่งเร็ว  เป็นต้น
2.     ช่วยประกอบการรักษาผู้เป็นโรคไตเรื้อรัง แต่สมรรถภาพของไตยังคงปกติอยู่
3.     ผู้มีภาวะโลหิตบกพร่อง  เช่น  โลหิตจาง เม็ดเลือดขาวน้อยผิดปกติ  เป็นต้น
4.     เป็นโรคกระดูกพรุน  กระดูกงอก  และข้อเสื่อม
5.     ช่วยปรับดุลยภาพของร่างกายต่อผู้เป็นโรคหลอดเลือดทางหัวใจและสมอง  และผู้เป็นเบาหวาน
6.     ช่วยปกป้องระบบตับ และ ดี  เช่น  ตับอักเสบเรื้อรัง  ตับแข็ง  ไขมันพอกตับ  และ ถุงน้ำดีอักเสบ  เป็นต้น
7.     ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ผิดปกติอันเกิดจากภาวะผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อภายในกระดูกเชิงกรานอักเสบ  เป็นต้น
8.     ช่วยให้ผิวพรรณดูสดใส มีน้ำมีนวล  ช่วยชะลอความแก่

·                ไม่เหมาะสำหรับเด็ก
ไหโก่วหวัน ผลิตจากสมุนไพรทางธรรมชาติ ส่วนประกอบสำคัญ คือ ไหโก่ว โก๋วจี่ (เก๋ากี้) อี้จื้อ (เอี๊ยะตี่) ซันเย่า(ซัวเอี๊ยะ) ฉานหย่ง (ฉ่ายย่ง) โย่วกุ้ย (เน็กกุ่ย) ฯลฯ จากการทดสอบพบว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยให้ร่างกายไม่เหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้ง่าย ปกป้องให้ร่างกายมีสุขภาพดี
ส่วนประกอบสำคัญ:ไหโก่ว โก๋วจี่ อี้จื้อ ซันเย่า ฉานหย่ง โย่วกุ้ย
สารอาหารและปริมาณ:ใน 100 g ประกอบด้วย โพลิแซคคาไรด์ ชนิดหยาบ 250 mg
สรรพคุณ : ต่อต้านความอ่อนเพลียของร่างกาย
บำรุงไตโดยไม่ส่งผลข้างเคียงต่อร่างกาย มีผลต่อการต่อต้านความเหนื่อยล้าของไต
บำรุงไตด้วยการเสริมพลังวังชา ป้องกันความเสื่อมของไต
เสริมภูมิต้านทานของร่างกาย ต่อต้านความอ่อนเพลีย ช่วยชะลอความแก่
เสริมสร้างความแข็งแรงของระบบกระดูกและเอ็น ขับภาวะลมและภาวะเย็นในร่างกาย
วิธีรับประทาน:วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 8 เม็ด (ถ้าเคี้ยวกินยิ่งดี)

สอบถามเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงไต 
คุณวุฒิ ภัคประเสริฐ 091-745-1919, 094-956-1691
E-mail: wut3699@gmail.com
Line ID: wut3699

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ภาวะแทรกซ้อนหลังการเปลี่ยนไต

ภาวะแทรกซ้อนหลังการเปลี่ยนไต
๑. ไตไม่ทำงานทันที ที่ใส่เข้าไปในร่างกาย : ป้องกันได้ด้วยการตรวจการเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อให้ถูกต้องก่อนทำการปลูกถ่ายไต
๒. การสลัดไตอย่างเฉียบพลัน : มี ประมาณ ๒๐-๔๐ % ในปีแรก ขึ้นกับชนิดของยาที่ใช้กดภูมิต้านทานอวัยวะที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่สามารถรักษาได้ด้วยยาสเตียรอยด์ ซึ่งไม่แพงมากนัก มีจำนวนน้อยที่ต้องใช้ยาที่มีราคาแพงเพื่อควบคุมการสลัดไต
๓. การสลัดไตอย่างเรื้อรัง : คือ การเสื่อมสภาพของไตอย่างช้าๆ โดยมีสาเหตุจากหลายปัจจัย ในปัจจุบันยังไม่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดได้โดยเด็ดขาด แต่สามารถลดความเสี่ยงนี้ได้โดยการควบคุมโรคที่อาจเกิดร่วมด้วยให้ดี เช่น ความดันโลหิต ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน และต้องกินยาลดภูมิต้านทานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะสลัดไตอย่างเฉียบพลัน ซึ่งจะมีผลทำให้ไตมีอายุยืนยาวขึ้น
๔. การติดเชื้อจากเชื้อทั่วไป : หลัง การปลูกถ่ายไต ภูมิต้านทานร่างกายจะลดลง ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายจากเชื้อทั่วๆไป เช่น ปอดบวม กรวยไตอักเสบ หรือจากเชื้อพวกฉวยโอกาส เช่น ไวรัส CMV , Herpes, EB virus เชื้อรา เชื้อพยาธิ วัณโรค และอาจต้องกินยาเพื่อป้องกันพวกเชื้อฉวยโอกาสเหล่านี้ด้วยในระยะแรกหลังการผ่าตัด
๕. มะเร็ง : หลัง การปลูกถ่าย ภูมิต้านทานร่างกายลดลง ทำให้เกิดโอกาสเกิดมะเร็งได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วๆ ไป โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หรือผู้ได้รับการปลูกถ่ายและรับทานยาลดภูมิต้านทานมานานแล้ว มะเร็งที่มักพบได้บ่อยได้แก่ มะเร็งผิวหนัง มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งของไตเก่า
๖. ภาวะแทรกซ้อนความดันโลหิตสูง : อาจ เป็นจากโรคที่มีมาก่อนการผ่าตัด หรือเกิดจากยาที่ใช้ในการลดภูมิต่อต้านอวัยวะ เช่น เพร็ดนิโซโลน นีโอรัล หรือ โปรกราฟ ก็มีส่วนทำให้เกิดความดันโลหิตสูง
๗. โรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน : ผู้ ป่วยปลูกถ่ายไต มีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่าบุคคลทั่วไป อาจเพราะมีโอกาสมากที่มีความดันโลหิตสูง ไขมันในโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคเส้นเลือดห้วใจตีบตัน
๘. เบาหวาน : ยาเพร็ดนิโซโลน และโปรกราฟ ทำให้มีโอกาสเกิดเบาหวานได้ง่ายขึ้น หรือเบาหวานที่เป็นอยู่แล้วควบคุมได้ยากขึ้น
๙. ไขมันในโลหิตสูง : พบ ได้สูง 50-80% และอาจเกิดจากการใช้ยาเพร็ดนิโซโลน และนีโอลัล ถ้าจำเป็นก็ต้องใช้ยาลดไขมันจำพวกกลุ่ม สตาติน เช่น ลิปิตอร์ หรือ โซคอร์
๑๐. กระดูกผุกร่อน : ใน ผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย มักมีภาวะกระดูกขาดแคลเซี่ยมอยู่แล้ว เมื่อได้รับยาเพร็ดนิโซโลนก็ยิ่งทำให้มีโอกาสเกิดกระดูกผุได้ง่าย บางรายอาจถึงต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวกระดูกตะโพกก็มีแผลในกระเพาะอาหาร ยาเพร็ดนิโซโลน จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดแผลในกระเพาะ ผู้ป่วยจึงต้องได้รับยาลดกรดในกระเพาะร่วมด้วย
๑๑. ผลข้างเคียงของยาที่ใช้ในการลดภูมิต้านทานอวัยวะแปลกปลอม :
ยาแต่ละตัวจะมีผลข้างเคียงต่างๆ กัน และไม่จำเป็นจะต้องเกิดกับทุกคน
นีโอรัล ขนขึ้นตามหน้าและตัว เหงือกหนาขึ้น พิษต่อไต ไขมันในเลือดสูง กรดยูริคสูง ความดันโลหิตสูง
โปรกราฟ พิษต่อไต เบาหวาน มือสั่น ผมร่วง
เพร็ดนิโซโลน สิว หน้ากางขึ้น น้ำหนักขึ้น แผลในกระเพาะ เบาหวานลงไต โรคตับอักเสบเรื้อรัง กระดูกพรุน

ข้อควรและไม่ควรปฏิบัติหลังได้รับการปลูกถ่ายไตแล้ว
ผู้ ป่วยที่ปลูกไตแล้ว สามารถทำงานได้ตามปกติ แต่ควรเลือกลักษณะงานที่เหมาะสม งานที่สกปรก สิ่งแวดล้อมที่ไม่สะอาด อับชื้น ไม่ควรทำ เพราะจะทำให้ติดเชื้อได้ง่าย
- ควรบอกนายจ้างให้ทราบ เพื่อจะได้จัดงานที่เหมาะสมให้ จัดการประกันสุขภาพตามสิทธิ
- ไม่ควรออกแรง ทำงานหักโหมจนเกินไป ผักผ่อนเท่าที่จำเป็น
- การไปเที่ยว ควรเลือกสถานที่ สิ่งแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย ควรมีโรงพยาบาลที่เข้าถึงได้ง่าย
- สามารถขับขี่ยานพาหนะได้ตามปกติ
- สามารถมีลูกได้ตามปกติ สำหรับหญังอาจมีปัญหาในการตั้งครรภ์ได้
- สามารถเล่นกีฬา ออกกำลังกายได้ตามปกติ แต่อย่าให้หักโหมจนเกินไป

ปัจจุบัน การปลูกถ่ายไตถือเป็นการรักษาภาวะไตวายขั้นสุดท้ายที่ดีที่สุด แต่การรักษาวิธีนี้ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่และมีมากกว่าวิธีอื่นที่กล่าวมา แล้ว แต่ถ้าผลที่ได้ดี ผู้ป่วยจะมีชีวิตใกล้เคียงคนปกติมากกว่าวิธีอื่น ผลการรักษาจะดีถ้าเป็นผู้ที่ไม่มีโรคของระบบอื่น นอกเหนือจากโรคไต ไม่มีภาวะติดเชื้อ และอายุไม่มาก เป็นต้น ในการปลูกถ่ายไตแพทย์จึงต้องพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนและรอบคอบ ว่าผู้ป่วยเหมาะสมกับการรักษาด้วยวิธีนี้หรือไม่ รวมทั้งต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจให้ผู้ป่วยด้วย มิฉะนั้นผลจะไม่ดีและในบางครั้งอาจเสียชีวิตได้ สำหรับ ในผู้ป่วยโรคเบาหวานนั้นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ทั้งในระยะก่อนผ่าตัด ขณะผ่าตัด และหลังผ่าตัด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการรักษาด้วยวิธีปลูกถ่ายไตทุกระยะ จากประสบการณ์ในการรักษาที่ผ่านมาของผู้เขียน พบว่าผู้ป่วยที่มีกำลังใจดีและรักษาใจของตนเองได้ดี ไม่ ว่าจะรักษาด้วยวิธีใด ผลการรักษามักจะดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีแม้โรคที่เป็นจะรุนแรงหรือแม้จะทุพพลภาพ การรักษาใจร่วมกับการรักษาวิธีอื่น ๆ ดังกล่าวมาแล้ว จึงมีความสำคัญมาก และเป็นสิ่งที่ทั้งแพทย์ ผู้ป่วย และญาติ ควรให้ความสำคัญและช่วยกันทำเพื่อผู้ป่วยจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความสุข แม้จะเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่


ไหโก่วหวัน ผลิตจากสมุนไพรทางธรรมชาติ ส่วนประกอบสำคัญ คือ ไหโก่ว โก๋วจี่ (เก๋ากี้) อี้จื้อ (เอี๊ยะตี่) ซันเย่า(ซัวเอี๊ยะ) ฉานหย่ง (ฉ่ายย่ง) โย่วกุ้ย (เน็กกุ่ย) ฯลฯ จากการทดสอบพบว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยให้ร่างกายไม่เหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้ง่าย ปกป้องให้ร่างกายมีสุขภาพดี
ส่วนประกอบสำคัญ:ไหโก่ว โก๋วจี่ อี้จื้อ ซันเย่า ฉานหย่ง โย่วกุ้ย
สารอาหารและปริมาณ:ใน 100 g ประกอบด้วย โพลิแซคคาไรด์ ชนิดหยาบ 250 mg
สรรพคุณ : ต่อต้านความอ่อนเพลียของร่างกาย
บำรุงไตโดยไม่ส่งผลข้างเคียงต่อร่างกาย มีผลต่อการต่อต้านความเหนื่อยล้าของไต
บำรุงไตด้วยการเสริมพลังวังชา ป้องกันความเสื่อมของไต
เสริมภูมิต้านทานของร่างกาย ต่อต้านความอ่อนเพลีย ช่วยชะลอความแก่
เสริมสร้างความแข็งแรงของระบบกระดูกและเอ็น ขับภาวะลมและภาวะเย็นในร่างกาย
วิธีรับประทาน:วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 8 เม็ด (ถ้าเคี้ยวกินยิ่งดี)

สอบถามเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงไต 

คุณวุฒิ ภัคประเสริฐ 091-745-1919, 094-956-1691
E-mail: wut3699@gmail.com
Line ID: wut3699
 

วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ขั้นตอนของการปลูกถ่ายไต

ขั้นตอนของการปลูกถ่ายไต
- แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นผู้ป่วยไตวานเรื้อรังระยะสุดท้าย
- ซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจทางหัวใจ ตรวจสภาพจิตใจ
- เจาะเลือดตรวจหน้าที่ของไต / ตับ / ตับอักเสบ บี -ซี / ซิฟิลิส / เอช ไอ วี
- ตรวจเนื้อเยื่อ (HLA Matching)
- การลงทะเบียนรอ ( Waiting list)
- ส่งเลือดตรวจทุก 2 เดือน (ตรวจหาภูมิคุ้มกัน)/ตรวจร่างกายทุก 2-3 เดือน
- การลงทะเบียนรอ พร้อมรับการเปลี่ยนถ่าย (Active waiting list)


การเตรียมตัวของผู้ที่จะปลูกถ่ายไต
ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังในระยะสุดท้าย ระหว่างที่รอการปลูกถ่ายไตต้องเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา เพราะ ไตที่รอคอยนั้น อาจจะมาเมื่อใดก็ได้โดยที่เราจะไม่คาดคิด ความพร้อมทางร่างกายนั้นต้องตรวจเช็คอวัยวะทุกระบบในตัวว่าแข็งแรงพอที่จะทน การผ่าตัดได้หรือไม่ และสามารถรับการรักษาด้วยยากดภูมิต้านทานได้ ผู้ป่วยจะต้องไม่เป็นผู้ที่ติดสุราเรื้อรัง หรือติดยาเสพติด ผลการเปลี่ยนไตจึงจะได้คุ้มค่า

มีการตรวจอะไรบ้าง ที่ควรทำในระหว่างการรอปลูกถ่ายไต
ระบบต่างๆของร่างกายที่ต้องตรวจเช็ค คือ ระบบหัวใจ / ตับ / ปอด / สมอง / ระบบเส้นเลือด และความดันโลหิต
- หัวใจที่มีเส้นเลือดหัวใจตีบตัน ควรได้รับการแก้ไขก่อนที่จะผ่าตัดเปลี่ยนไต
-  ตับ ที่เป็นไวรัสตับอักเสบชนิด บี/ ซี ที่ยังไม่สงบ ควรได้รับการรักษาให้เรียบร้อยก่อน มิฉะนั้นแล้วหลังการผ่าตัดเปลี่ยนไต เชื้อไวรัสอาจกำเริบและเพื่มจำนวนมากเป็นทวี เพราะหลังการ ผ่าตัดเปลี่ยนไต ผู้ป่วยต้องรับประทานยาประเภทสเตียรอยด์ ซึ่งเป็นยาที่จะทำให้เกิดแผลในกระเพาะได้ง่าย ทำให้เกิดเลือดออกจากแผลในกระเพาะได้
- ระบบเลือด ควรดูเกล็ดเลือดและตรวจดูการแข็งตัวของเลือด เพราะถ้าเลือดหยุดยากอาจจะทำให้เสียเลือดมากในระหว่างการผ่าตัด ควรแก้ไขก่อนทำก่รผ่าตัด การตรวจดูเส้นเลือดที่จะนำไตใหม่ไปต่อมีความจำเป็น ในบางรายที่มีสภาพของเส้นเลือดแข็งและมีแคลเซี่ยมไปเกาะอยู่ที่ผนัง เส้นเลือด ซึ่งมักพบได้ในผู้ป่วยสูงอายุและโรคผู้ป่วยเบาหวานเรื้อรัง


ตรวจเนื้อเยื่อ (HLA Matching)
การทำแม็ชชิ่ง คือการเจาะเลือดของผู้รอรับไตมาผสมกับเซลล์ของผู้บริจาคไต เพื่อดูว่าเข้ากันได้หรือไม่ จะ เกิดปฏิกริยาต่อต้านรุนแรงหรือไม่ถ้าใส่ไตนี้เข้าไปในตัวของผู้รับ การทำแม็ชชิ่งจำเป็นต้องทำทุกครั้งที่จะมีการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ เพื่อตรวจสอบความเข้ากันได้ก่อน

ผู้บริจาค
(Donor)ไตที่นำมาใช้ปลูกถ่ายได้มาจาก 2 แหล่งคือจากคนบริจาคที่ยังมีชีวิต (Living Donor) และจากคนบริจาคที่เสียชีวิตแล้ว (Cadaveric Donor)
คนบริจาคที่ยังมีชีวิตตามกฏหมายของแพทยสภาที่ประเทศไทยถือปฏิบัติอยู่ คนบริจาคที่มีชีวิตต้องเป็นญาติโดยทางสายเลือด, สามีหรือภรรยา ซึ่งรวมถึงพ่อ แม่ พี่ น้อง ลูก หลาน และญาติ ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นญาติโดยทางสายเลือดอย่างแท้จริง ทั้งทางด้านการแพทย์และหรือทางด้านกฏหมาย สำหรับสามี/ภรรยาที่จะบริจาคไตให้คู่ครองของตน จะต้องแต่งงานโดยมีทะเบียนสมรสมาไม่ต่ำกว่า 3 ปี และ/หรือมีลูกสืบสกุลที่เกิดจากสามีภรรยาคู่นั้น ผู้บริจาคและผู้รับบริจาคควรมีเลือดกรุ๊ปเดียวกันหรือเป็นกรุ๊ปเลือดที่เข้า กันได้ และผลการทดสอบเข้ากันได้ของเลือดจะต้องไม่มีปฏิกริยาต่อต้านกันผู้ บริจาคที่ยังมีชีวิตต้องได้รับการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ตรวจ ปัสสาวะ อัลตราซาวน์ ตรวจคลื่นหัวใจอย่างละเอียด เพื่อให้มีความแน่ชัดว่ามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีความเสี่ยงน้อยที่สุด ผู้บริจาคต้องมีความเข้าใจในเรื่องการบริจาค มีความตั้งใจ เต็มใจ ที่จะช่วยเหลืออย่างบริสุทธิ์ใจ ปราศจากอามิสสินจ้างตอบแทน ภายหลังการบริจาคไต ผู้บริจาคไตจะเหลือไตเพียงข้างเดียว เพียงพักฟื้น 2-4 สัปดาห์ ก็จะสามารถทำงานได้ตามปกติ
ผู้บริจาคจะยังคงมีสุขภาพปกติ แข็งแรงเหมือนคนที่มีไต 2 ข้างตามปกติ สามารถ ทำงาน ออกกำลังกาย เดินทาง และมีอายุยืนยาวเหมือนคนปกติ เพียงแต่ควรระมัดระวังดูแลไตที่เหลือไม่ให้เกิดการติดเชื้อ ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุกระทบกระเทือนต่อไต
2.         คนบริจาคที่เสียชีวิตแล้วหมาย ถึง ผู้บริจาคที่เสียชีวิตหรือตายแล้ว การตายนี้ได้รับการพิสูจน์และยืนยันโดยคณะแพทย์ และญาติผู้ตายแสดงความประสงค์จะบริจาคอวัยวะของผู้ตายคนนั้น ขั้นตอนในการวินิจฉัยการตายและการรับบริจาคอวัยวะ ต้องปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ของแพทยสภาและของศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย อย่างเคร่งครัด แพทย์ในประเทศไทยสามารถให้การวินิจฉัยการตายของคนไข้ได้ โดยยึดหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยแพทยสภาเมื่อแพทย์ตรวจพบว่าคนไข้มีแกนสมองไม่ ทำงานอย่างถาวร โดยมีสาเหตุที่ชัดเจน ถือว่าแกนสมองตาย ถือว่าสมองตาย จึงจะถือว่าเป็นการตายที่สมบูรณ์ ถึงแม้ว่าหัวใจยังเต้นอยู่ก็ตาม ญาติของผู้ตายในลักษณะนี้ควรและสามารถแสดงความประสงค์บริจาคอวัยวะของผู้ตาย ได้
การ เสียชีวิตที่ชัดเจนแบบข้างต้น ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ และมีการบาดเจ็บของสมองอย่างรุนแรงและถาวร หรืออาจจะมาจากผู้เสียชีวิตจากเส้นเลือดในสมองแตกและสมองถูกทำลายอย่าง รุนแรงถาวร เมื่อไตที่บริจาคถูกนำออกจากร่างกายของผู้บริจาคแล้ว ถ้าได้รับการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี ก็สามารถเก็บได้นานถึง 48 ชม.

การรอปลูกถ่ายไต

การ รอปลูกถ่ายไต จะนานแค่ไหน คงจะบอกยาก ขึ้นอยู่กับโชคและดวงเสียส่วนหนึ่ง ที่ว่าคือผู้บริจาคไตนั้นมีเนื้อเยื่อที่คล้ายคลึงกับผู้ป่วยที่รอรับมาก น้อยแค่ไหน บางท่านอาจรอเพียงไม่กี่เดือน ส่วนบางท่านอาจต้องรอเป็นปีๆ ส่วนใหญ่โดยเฉลี่ย 2-3 ปี

การผ่าตัดเปลี่ยนไต

จะ ถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ โดยเมื่อได้ไตมาแล้ว จะนำมาต่อเข้ากับเส้นเลือดของร่างกายบริเวณหน้าท้องน้อยซึ่งโดยปกติแล้ว ถือว่าไม่ยากนัก และขนาดก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคใดๆ หลังการผ่าตัดแล้วผู้ป่วยต้องอยู่ในห้องแยกเชื้อประมาณ 1-2 สัปดาห์ไม่จำเป็นต้องเป็นไอซียู อาจเป็นหอผู้ป่วยที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ หรือห้องเดี่ยวก็ได้แต่ต้องใช้มาตรการป้องกันการติดเชื้อเป็นกรณีพิเศษ เพราะผู้ป่วยในระยะแรกจะได้รับยากดภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันปฏิกริยาต่อต้าน อวัยวะของร่างกายเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะไปทำให้ภูมิคุ้มกันการติดเชื้อลงลง ผู้ป่วยอาจได้รับเชื้อจากญาติ หรือผู้มาเยี่ยมได้ง่ายกว่าคนปกติ จึงต้องมรกฏป้องกันเอาไว้เพื่อผู้ป่วยเองจะค่อยๆลดยากดภูมิต้านทานลง จนไม่มีโรคแทรกซ้อนอย่างใด อาจใช้ระยะเวลาในโรงพยาบาลระหว่าง 2-6 สัปดาห์

การพักฟื้นหลังออกจากโรงพยาบาล

หลัง ออกจากโรงพยาบาล แพทย์มักแนะนำให้ผู้ป่วยทำงานเบาๆที่ไม่มีความเสี่ยงไม่ว่าจากอุบัติเหตุ หรืองานที่จะเสี่ยงจากโรคที่จะได้รับจากบุคคลอื่น หลีกเลี่ยงการติดเชื้อเช่น ไข้หวัด โรคปอด หรือแผลเป็นหนองสามารถนอนกับสามีภรรยาได้ตามปกติ แพทย์จะแนะนำให้กลับไปทำงานได้หลังจาก 1 เดือน ถ้าไม่มีอะไรแทรกซ้อน ค่อยๆออกกำลังกายและเล่นกีฬาเพื่อฝึกฝนและเพิ่มสมรรถภาพของร่างกายเพิ่มขึ้น เรื่อยๆ หลายท่านที่ฝึกฝนจนสามารถแข่งขันกีฬาแทบทุกชนิดได้

การใช้ยาหลังการปลูกถ่ายไต

ยาที่ใช้หลังการผ่าตัดมีอยู่หลายกลุ่ม เพื่อจุดประสงค์ต่างๆกัน เช่น
- ยากดภูมิต้านทานของร่างกายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะสลัดไต (Acute rejection)
- ยา ที่ป้องกันการติดเชื้อไวรัส เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เนื่องจากได้ยากดภูมิคุ้มกันในขนาดสูง จะมีโอกาสติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น โดยปกติยาป้องกันการติดเชื้อเหล่านี้ จะให้ไปอย่างน้อย 3 เดือน และอาจจะต้องให้ซ้ำถ้ามีภาวะที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายถูกกดอย่างมาก โดยเฉพาะหลังได้รับยารักษาภาวะสลัดไต
- ยารักษาภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่นยารักษาเบาหวาน เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ยารักษาความดันโลหิต สูง ยาลดไขมัน ยาลดบวม ยาที่เพิ่มความแข็งแรงของกระดูก ยาที่เพิ่มความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดงในภาวะโลหิตจาง
- ยาวิตามินเพื่อเสริมสร้างบำรุงร่างกาย


โอกาสประสพความสำเร็จในการปลูกถ่ายไต

ผลสำเร็จในการปลูกถ่ายไตขึ้นกับหลายปัจจัย ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือชนิดของไตที่ได้รับ ดังนี้
ไตจากผู้มีชีวิต ผลสำเร็จใน 1 ปี ประมาณ 95%
ผลสำเร็จใน 5 ปี ประมาณ 90 %
ไตจากผู้เสียชีวิต ผลสำเร็จใน 1 ปี ประมาณ 85 %
ผลสำเร็จใน 5 ปี ประมาณ 70 %

สาเหตุที่ทำให้ไตหลังการปลูกถ่ายเสื่อม มีดังนี้
- การรับประทานยาไม่สมำเสมอ ลืมทาน ทานมากเกิน ทานยาน้อยไป
- การกำเริบของโรคไตเดิม
- การต่อต้านไตแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง
- การติดเชื้อโรคในไต
หลัง การผ่าตัดเปลี่ยนไต หากไตไม่ทำงานไม่ว่าจะเกิดจากการต่อต้านแบบเฉียบพลัน หรือเกิดจากเทคนิคการผ่าตัดจนไตเสียแล้วนั้น จำเป็นต้องผ่าเอาไตออก แต่ถ้าไตทำงานไปได้นานแล้ว และเกิดการเสื่อมอย่างช้าๆ อย่างเรื้อรังจนไม่ทำงานไปในที่สุด ในกรณีหลังนี่ไม่มีความจำเป็นต้องผ่าเอาไตออก


ไหโก่วหวัน ผลิตจากสมุนไพรทางธรรมชาติ ส่วนประกอบสำคัญ คือ ไหโก่ว โก๋วจี่ (เก๋ากี้) อี้จื้อ (เอี๊ยะตี่) ซันเย่า(ซัวเอี๊ยะ) ฉานหย่ง (ฉ่ายย่ง) โย่วกุ้ย (เน็กกุ่ย) ฯลฯ จากการทดสอบพบว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยให้ร่างกายไม่เหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้ง่าย ปกป้องให้ร่างกายมีสุขภาพดี
ส่วนประกอบสำคัญ:ไหโก่ว โก๋วจี่ อี้จื้อ ซันเย่า ฉานหย่ง โย่วกุ้ย
สารอาหารและปริมาณ:ใน 100 g ประกอบด้วย โพลิแซคคาไรด์ ชนิดหยาบ 250 mg
สรรพคุณ : ต่อต้านความอ่อนเพลียของร่างกาย
บำรุงไตโดยไม่ส่งผลข้างเคียงต่อร่างกาย มีผลต่อการต่อต้านความเหนื่อยล้าของไต
บำรุงไตด้วยการเสริมพลังวังชา ป้องกันความเสื่อมของไต
เสริมภูมิต้านทานของร่างกาย ต่อต้านความอ่อนเพลีย ช่วยชะลอความแก่
เสริมสร้างความแข็งแรงของระบบกระดูกและเอ็น ขับภาวะลมและภาวะเย็นในร่างกาย
วิธีรับประทาน:วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 8 เม็ด (ถ้าเคี้ยวกินยิ่งดี)

สอบถามเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงไต 
คุณวุฒิ ภัคประเสริฐ 091-745-1919, 094-956-1691
E-mail: wut3699@gmail.com
Line ID: wut3699

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการปลูกถ่ายไต


การปลูกถ่ายไต คือการรักษาผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย โดยการใช้ไตจากผู้อื่น (ซึ่ง ผ่านการตรวจแล้วว่าสามารถเข้ากันได้) ให้มาทำหน้าที่แทนไตเก่าของผู้ป่วยที่สูญเสียหน้าที่ไปอย่างถาวรแล้ว ปัจจุบันถือเป็นการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ระยะสุดท้ายทั้งในวัยเด็กและผู้ใหญ่ เนื่องจากถ้าไตใหม่ทำหน้าที่ได้ดีแล้ว สามารถทดแทนไตเดิมได้สมบูรณ์ คุณภาพชีวิตจะดีขึ้น รวมทั้งอายุที่ยืนยาวกว่าการรักษาทดแทนไตโดยวิธีอื่น ไม่ว่าจะเป็นการฟอกเลือด หรือการล้างไตทางผนังหน้าท้อง ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกเหมือนกับการได้รับชีวิตใหม่
วิธีการปลูกถ่ายไต คือ การนำไตของผู้อื่นที่เข้าได้กับผู้ป่วยมาปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วย มิใช่การเปลี่ยนเอาไตผู้ป่วยออกแล้วเอาไตผู้อื่นใส่เข้าไปแทนที่ การผ่าตัดทำโดยวางไตใหม่ไว้ในอุ้งเชิงกรานข้างใดข้างหนึ่งของผู้ป่วย แล้วต่อหลอดเลือดของไตใหม่เข้ากับหลอดเลือดของผู้ป่วย และต่อท่อไตใหม่เข้าในกระเพาะปัสสาวะของผู้ป่วย การปลูกถ่ายไต นี้ใช้ไตเพียงข้างเดียวก็พอ ถ้าร่างกายของผู้ป่วยรับไตใหม่ได้ดีและไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ไตที่ได้รับใหม่จะทำงานได้ดี แต่ผู้ป่วยต้องได้รับยากดภูมิต้านทานตลอดชีวิต และจะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ตลอดไป หากขาดยากดภูมิต้านทาน ร่างกายจะต่อต้านไตที่ได้รับใหม่ ทำให้ไตเสียและยังอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้


ไหโก่วหวัน ผลิตจากสมุนไพรทางธรรมชาติ ส่วนประกอบสำคัญ คือ ไหโก่ว โก๋วจี่ (เก๋ากี้) อี้จื้อ (เอี๊ยะตี่) ซันเย่า(ซัวเอี๊ยะ) ฉานหย่ง (ฉ่ายย่ง) โย่วกุ้ย (เน็กกุ่ย) ฯลฯ จากการทดสอบพบว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยให้ร่างกายไม่เหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้ง่าย ปกป้องให้ร่างกายมีสุขภาพดี
ส่วนประกอบสำคัญ:ไหโก่ว โก๋วจี่ อี้จื้อ ซันเย่า ฉานหย่ง โย่วกุ้ย
สารอาหารและปริมาณ:ใน 100 g ประกอบด้วย โพลิแซคคาไรด์ ชนิดหยาบ 250 mg
สรรพคุณ : ต่อต้านความอ่อนเพลียของร่างกาย
บำรุงไตโดยไม่ส่งผลข้างเคียงต่อร่างกาย มีผลต่อการต่อต้านความเหนื่อยล้าของไต
บำรุงไตด้วยการเสริมพลังวังชา ป้องกันความเสื่อมของไต
เสริมภูมิต้านทานของร่างกาย ต่อต้านความอ่อนเพลีย ช่วยชะลอความแก่
เสริมสร้างความแข็งแรงของระบบกระดูกและเอ็น ขับภาวะลมและภาวะเย็นในร่างกาย
วิธีรับประทาน:วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 8 เม็ด (ถ้าเคี้ยวกินยิ่งดี)

สอบถามเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงไต 
คุณวุฒิ ภัคประเสริฐ 091-745-1919, 094-956-1691
E-mail: wut3699@gmail.com
Line ID: wut3699

วันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2557

ทฤษฏีว่าด้วยการบำรุงไต


                  ในช่วงทศวรรษ 1980  บริษัท ฮ่องกง อี้ฟางถัง ผลิตภัณฑ์ยา (กรุ๊ป) จำกัด  ยึดมั่นในเจตนารมณ์ที่จะสืบสานพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาแผนโบราณจีนและสร้างนวัตกรรมขึ้นใหม่  จึงได้ดำเนินงานวิจัยโดยประสานกับองค์กรวิจัยวิทยาศาสตร์ระดับสากลหลายแห่ง เป็นเวลานานกว่า 15 ปี เพื่อศึกษาค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพที่มีอยู่  จนได้เสนอทฤษฎีว่าด้วยการบำรุงไตซึ่งเป็นทฤษฎีใหม่ที่แตกต่างจากทฤษฎีเดิม ๆ พร้อมกับนำเสนอ Hai Gou Wan ชนิดใหม่ออกสู่ตลาด  ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผลิตขึ้นโดยอาศัยกรรมวิธีการสกัดส่วนประกอบที่มีคุณค่าอาหารสูงจากร่างกายของตัวแมวน้ำทุกส่วน ซึ่งเป็นส่วนประกอบทางชีวภาพที่บริสุทธิ์ และนำสารสกัดดังกล่าวผสมเข้ากับสมุนไพรจีนที่มีคุณค่าสูงกว่าสิบชนิด  โดยผ่านการทดลองและผสมสูตรเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีนับพันนับหมื่นครั้ง จนประสบความสำเร็จในที่สุด  ผลิตภัณฑ์อุดมด้วยสารที่มีประสิทธิภาพต่อระบบการทำงานของไตและระบบไหลเวียนโลหิต  ตลอดจนวิตามินที่มีประสิทธิภาพต่อการทำงานของไตจำนวนมาก  (เช่น  กรดอะมิโน  กรดไขมันไม่อิ่มตัว  เลซิทีน  คอไลน์  โพลิแซคคาไรด์ดิบ และ เกลือแร่อีกจำนวนมาก)  สารอาหารในผลิตภัณฑ์เป็นสารที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับสารที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในไตของร่างกาย จึงง่ายต่อการย่อยสลายในระบบย่อยอาหารของร่างกาย และดูดซึมเข้าสู่ลำไส้เล็กโดยตรงได้ โดยไม่เพิ่มภาระแก่ระบบทำงานของหัวใจและตับ  นอกจากนี้ ยังประกอบด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ธรรมชาติ จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ไม่เสียง่าย จากสาเหตุของการเกิดออกซิเดชั่น



ทฤษฏีว่าด้วยการบำรุงไต

                  ตามคติของอี้ฟางถัง  ประกอบด้วยทัศนคติ  4 ประการ ดังนี้



ประการที่ 1  :  อาการอ่อนล้าของไตเป็นต้นเหตุสำคัญของภาวะไตเสื่อม และเป็นต้นเหตุที่ส่งผลกระทบถึงสุขภาพและคุณภาพของชีวิตร่างกาย

                  สภาพทางพยาธิสรีรวิทยาของไต สามารถแยกความแข็งแรงออกเป็น 3 ระยะเช่นเดียวกับสภาพความแข็งแรงของร่างกายคน  ระยะแรกอยู่ในสภาพแข็งแรง  ระยะที่สองอยู่ในสภาพกึ่งแข็งแรง  และระยะสาม เข้าสู่ขั้นเกิดความเจ็บป่วย  สภาพกึ่งแข็งแรงของไต ก็คือ การเกิดอาการอ่อนล้าของไต  ส่วนโรคไตที่ว่า “ภาวะไตอ่อนล้า” หรือ “ไตวาย” ล้วนถูกจัดอยู่ในขั้นที่มีอาการป่วยของไต

                  จากผลการวิจัยพบว่า ภาวะไตอ่อนล้าเป็นต้นเหตุสำคัญที่จะนำไปสู่การเกิดภาวะกลุ่มอาการไตอ่อนล้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสุขภาพอยู่ในขั้นกึ่งแข็งแรงของคนในเมืองปัจจุบัน และเป็นต้นเหตุที่จะนำไปสู่ภาวะไตเสื่อม  ตามทฤษฎีการแพทย์จีน ไตเป็นรากฐานของชีวิตคน สภาพความแข็งแรงของไตส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคน  ดังนั้น การถนอมและรักษาความแข็งแรงของไต ตลอดจนรักษาความมีชีวิตชีวา และแหล่งพลังของไต จึงเป็นประเด็นสำคัญของการสร้างหลักประกันแก่ความมีสุขภาพดี



ประการที่ 2  :  ต้องสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีแก่ไต

                  โครงสร้างของไตที่สำคัญ ประกอบด้วยหน่วยกรองไตและท่อไต ซึ่งเต็มไปด้วยหลอดโลหิต และมีเลือดไหลผ่านปริมาณมากหนึ่งในสี่ส่วนของเลือดที่ขับออกจากระบบหัวใจไหลเวียนผ่านไต  สารประกอบของสารแอนตี้บอดี้ในวงจรมักเกิดการตกตะกอนทำให้เกิดอาการอักเสบ  ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการไหลเวียนของปริมาณเลือดย่อมส่งผลกระทบต่อระบบไต  ไตยังเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ด้านการขับถ่ายของที่เกิดจากการเผาผลาญ ยาและของมีพิษในร่างกาย  เมื่อสิ่งเหล่านี้ผ่านการกลั่นกรองและขับถ่ายจากไต ก็จะก่อความเสียหายแก่ไตได้  นอกจากนี้ ไตยังแบกรับภาระในการปรับความสมดุลของความดันเลือด น้ำ และชีวเคมีในร่างกาย เพื่อรักษาสภาพความสมดุลคงที่ของสิ่งแวดล้อมในร่างกาย  จึงกล่าวได้ว่าเป็นระบบรักษาสิ่งแวดล้อมในร่างกาย  หากสมรรถภาพของไตเกิดการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิสรีรวิทยา  เช่น  ภาวะไตอ่อนล้า หรือไตอ่อนแอ ก็จะส่งผลต่อระบบขับถ่ายของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย เป็นเหตุให้สารพิษและของเสียตกตะกอนในระบบไต  หากไม่สามารถทำความสะอาดแก่ไตอย่างมีประสิทธิภาพอย่างทันท่วงที ก็จะสร้างความเสียหายแก่สุขภาพ และเป็นอันตรายต่อชีวิตโดยตรง  เมื่อถึงเวลานั้นจึงเริ่มมาสนใจกับการบำรุงไตก็จะสายเกินไป เพราะไตเสื่อมสภาพลงจนไม่อาจรับสารบำรุงได้เสียแล้ว  โลกต้องมีสิ่งแวดล้อมที่ดีฉันใด ร่างกายและไตของเราก็ต้องมีสิ่งแวดล้อมที่ดีฉันนั้น  ดังคำกล่าวที่ว่า ตราบใดที่ไม่ขับของเสียออกจากไต เป็นไปไม่ได้ที่ร่างกายจะมีสุขภาพที่แข็งแรง



ประการที่ 3  :  ทฤษฎีว่าด้วยร่างกายไม่รับสารบำรุงขณะอ่อนแอ

                  ไตเป็นอวัยวะในระบบปัสสาวะ เป็นระบบขับถ่ายสารพิษที่สำคัญของร่างกาย  คนเราเมื่อย่างเข้าสู่วัยกลางคน ไตจะมีสารพิษและของเสียที่เหลือจากการเผาผลาญหมักหมมอยู่จำนวนมากเหมือนฟองน้ำที่ปนเปื้อนด้วยน้ำมันสกปรก หากไม่สามารถช่วยและเสริมสมรรถภาพในการรักษาสิ่งแวดล้อมของไต เพื่อขจัดสารพิษและของเสียจากระบบเผาผลาญ ทั้งในระบบไตและระบบอื่น ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะบำรุงอย่างไร ไตก็ไม่อาจรับได้ในขณะนั้น



ประการที่ 4  :  เน้นการบำรุงรักษาที่ต่อเนื่อง

                  ภาวะอ่อนแอ และการเสื่อมของไต หาได้เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันเพียงชั่วข้ามคืนไม่  มีคำพังเพยกล่าวว่า “โรคมาเหมือนเขาถล่ม  โรคไปเหมือนชักใย”   ฉะนั้น การแก้ไขปัญหาไต จะต้องค่อยเป็นค่อยไป จะหวังผลทันตาเห็นไม่ได้ จะต้องบำรุงไตโดยปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ไม่ขาดระยะ และอย่างรอบด้าน  หลีกเลี่ยงวิธีปฏิบัติแบบยัดเยียดเพื่อหวังผลรวดเร็วที่เรียกว่า “โด๊ปไต เพื่อเพิ่มพลังทางเพศ”  วิธีการบำรุงไตที่เจาะจงแต่ไตด้านเดียว เป็นเพียงมุ่งต่อการกระตุ้นในฟื้นคืนภาวะปกติของไตแต่ภายนอก เพื่อขจัดปัญหาการขาดสมรรถภาพทางเพศ และอาการอ่อนเพลียไม่มีเรี่ยวแรงของร่างกาย  ทั้งนี้ ยังคงเป็นวิธีรักษาแต่อาการ มิได้รักษาที่ต้นตอ ทั้งยังมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงอีกด้วย  แต่วิธีการบำรุงรักษาไตจะเน้นที่ฟื้นฟูสมรรถภาพที่มีอยู่เดิมของไต ฟื้นฟูพลังการทำงานของระบบไต เพิ่มความสามารถในการสร้าง “สารกระตุ้นการทำงานของไต” ซึ่งไตสามารถสร้างขึ้นเองได้ เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับไต  เช่น  อาการอ่อนเพลีย  ไม่มีเรี่ยวแรง  สมรรถภาพทางเพศเสื่อม  ภาวะอ่อนล้า  และภาวะอ่อนแอของไตให้หมดสิ้นไป และเกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริงต่อการบำรุงรักษาไต  คงไว้ซึ่งสมรรถภาพทางเพศ  เสริมสุขภาพให้แข็งแรงและมีอายุยืนยาว
ไหโก่วหวัน ผลิตจากสมุนไพรทางธรรมชาติ ส่วนประกอบสำคัญ คือ ไหโก่ว โก๋วจี่ (เก๋ากี้) อี้จื้อ (เอี๊ยะตี่) ซันเย่า(ซัวเอี๊ยะ) ฉานหย่ง (ฉ่ายย่ง) โย่วกุ้ย (เน็กกุ่ย) ฯลฯ จากการทดสอบพบว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยให้ร่างกายไม่เหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้ง่าย ปกป้องให้ร่างกายมีสุขภาพดี

ส่วนประกอบสำคัญ:ไหโก่ว โก๋วจี่ อี้จื้อ ซันเย่า ฉานหย่ง โย่วกุ้ย
สารอาหารและปริมาณ:ใน 100 g ประกอบด้วย โพลิแซคคาไรด์ ชนิดหยาบ 250 mg
สรรพคุณ : ต่อต้านความอ่อนเพลียของร่างกาย
บำรุงไตโดยไม่ส่งผลข้างเคียงต่อร่างกาย มีผลต่อการต่อต้านความเหนื่อยล้าของไต
บำรุงไตด้วยการเสริมพลังวังชา ป้องกันความเสื่อมของไต
เสริมภูมิต้านทานของร่างกาย ต่อต้านความอ่อนเพลีย ช่วยชะลอความแก่
เสริมสร้างความแข็งแรงของระบบกระดูกและเอ็น ขับภาวะลมและภาวะเย็นในร่างกาย
วิธีรับประทาน:วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 8 เม็ด (ถ้าเคี้ยวกินยิ่งดี)


สอบถามเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงไต 

คุณวุฒิ ภัคประเสริฐ 091-745-1919, 094-956-1691
E-mail: wut3699@gmail.com
Line ID: wut3699

วันพุธที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2557

ไหโก่วหวัน ตราอี้ฟางถัง

ไหโก่วหวัน ตราอี้ฟางถัง
                  ไหโก่วหวัน ตราอี้ฟางถัง ทำจากสมุนไพรธรรมชาติ อันประกอบด้วยวัตถุดิบจากตัวแมวน้ำในพื้นที่ปลอดมลภาวะของประเทศแคนาดา ซึ่งมีคุณค่าทางยาสูงเป็นสำคัญ และสมุนไพรจีนที่มีคุณค่าสูงหลายชนิด โดยผ่านการทดลองและผสมสูตร นับพันนับหมื่นครั้งกว่าจะสำเร็จ ด้วยกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันและละเอียด  ผลิตภัณฑ์ไหโก่วหวัน ได้สืบสานเจตนารมณ์ “ดีเลิศ ซื่อสัตย์ ดั้งเดิม และปรารถนาดี” ของแบรนด์อี้ฟางถัง  สร้างสมสรรพคุณอันล้ำเลิศของผลิตภัณฑ์บำรุงไตที่สืบทอดมาจากอดีตกว่าร้อยปี เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างสุขภาพด้วยการมีไตที่แข็งแรงในขั้นพื้นฐาน ซึ่งแตกต่างกับผลิตภัณฑ์บำรุงไตในลักษณะที่เจาะจงเพียงด้านเดียวที่มีอยู่ทั่วไป   ไหโก่วหวัน ตราอี้ฟางถัง ได้อาศัยทฤษฎีว่าด้วยการทำงานเกี่ยวเนื่องซึ่งกันและกัน และส่งผลต่อกันของอวัยวะภายในร่างกาย เน้นการบำรุงระบบการทำงานของไต ม้าม และ ปอด  ทั้ง 3 ระบบ ซึ่งทำงานส่งเสริมซึ่งกันและกัน มีผลต่อการแก้ไขความเสื่อมสภาพของไต  เสริมประสิทธิภาพการทำงานของม้าม (ผลิตเม็ดเลือด กรองเลือด ทำลายเม็ดเลือดที่หมดอายุ และเป็นแหล่งสำรองเลือด)  และปอด ซึ่งควบคุมระบบหายใจ เพื่อให้ระบบการทำงานของม้ามและปอดกลับมาสนับสนุนระบบการทำงานของไต  ทำให้ไตเปี่ยมด้วยพลัง และส่งผลต่อความกระฉับกระเฉงของร่างกาย แก้ไขปัญหาความเหนื่อยล้าของไตในขั้นพื้นฐาน บรรลุซึ่งเสริมสมรรถภาพทางร่างกายโดยรวม ทั้งภายในและภายนอกให้ดีขึ้น

ลักษณะพิเศษของผลิตภัณฑ์
                  ไหโก่วหวัน ผลิตจากสมุนไพรทางธรรมชาติ  ส่วนประกอบสำคัญ  คือ  ไหโก่ว  โก๋วจี่ (เก๋ากี้)  อี้จื้อ (เอี๊ยะตี่)  ซันเย่า (ซัวเอี๊ยะ)  ฉานหย่ง (ฉ่ายย่ง)  โย่วกุ้ย (เน็กกุ่ย)  ฯลฯ   จากการทดสอบพบว่า ผลิตภัณฑ์นี้ช่วยให้ร่างกายไม่เหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้ง่าย ปกป้องให้ร่างกายมีสุขภาพดี
·       ส่วนประกอบสำคัญ  : ไหโก่ว  โก๋วจี่  อี้จื้อ   ซันเย่า   ฉานหย่ง   โย่วกุ้ย
·       สารอาหารและปริมาณ  ใน 100 g ประกอบด้วย โพลิแซคคาไรด์ ชนิดหยาบ 250 mg
·       สรรพคุณ  ต่อต้านความอ่อนเพลียของร่างกาย
บำรุงไตโดยไม่ส่งผลข้างเคียงต่อร่างกาย มีผลต่อการต่อต้านความเหนื่อยล้าของไต
บำรุงไตด้วยการเสริมพลังวังชา ป้องกันความเสื่อมของไต
เสริมภูมิต้านทานของร่างกาย  ต่อต้านความอ่อนเพลีย  ช่วยชะลอความแก่
เสริมสร้างความแข็งแรงของระบบกระดูกและเอ็น  ขับภาวะลมและภาวะเย็นในร่างกาย
·       วิธีรับประทาน  วันละ  ครั้ง  ครั้งละ  8  เม็ด (ถ้าเคี้ยวกินยิ่งดี)
·       เหมาะสำหรับ 
1.     ผู้ที่มีภาวะไตอ่อนล้า ไตอ่อนแอ ที่มีอาการเข่าไม่มีแรง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ องคชาตไม่แข็งตัว  อาการหลั่งเร็ว  เป็นต้น
2.     ช่วยประกอบการรักษาผู้เป็นโรคไตเรื้อรัง แต่สมรรถภาพของไตยังคงปกติอยู่
3.     ผู้มีภาวะโลหิตบกพร่อง  เช่น  โลหิตจาง เม็ดเลือดขาวน้อยผิดปกติ  เป็นต้น
4.     เป็นโรคกระดูกพรุน  กระดูกงอก  และข้อเสื่อม
5.     ช่วยปรับดุลยภาพของร่างกายต่อผู้เป็นโรคหลอดเลือดทางหัวใจและสมอง  และผู้เป็นเบาหวาน
6.     ช่วยปกป้องระบบตับ และ ดี  เช่น  ตับอักเสบเรื้อรัง  ตับแข็ง  ไขมันพอกตับ  และ ถุงน้ำดีอักเสบ  เป็นต้น
7.     ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ผิดปกติอันเกิดจากภาวะผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อภายในกระดูกเชิงกรานอักเสบ  เป็นต้น
8.     ช่วยให้ผิวพรรณดูสดใส มีน้ำมีนวล  ช่วยชะลอความแก่

·                ไม่เหมาะสำหรับเด็ก
ไหโก่วหวัน ผลิตจากสมุนไพรทางธรรมชาติ ส่วนประกอบสำคัญ คือ ไหโก่ว โก๋วจี่ (เก๋ากี้) อี้จื้อ (เอี๊ยะตี่) ซันเย่า(ซัวเอี๊ยะ) ฉานหย่ง (ฉ่ายย่ง) โย่วกุ้ย (เน็กกุ่ย) ฯลฯ จากการทดสอบพบว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยให้ร่างกายไม่เหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้ง่าย ปกป้องให้ร่างกายมีสุขภาพดี
ส่วนประกอบสำคัญ:ไหโก่ว โก๋วจี่ อี้จื้อ ซันเย่า ฉานหย่ง โย่วกุ้ย
สารอาหารและปริมาณ:ใน 100 g ประกอบด้วย โพลิแซคคาไรด์ ชนิดหยาบ 250 mg
สรรพคุณ : ต่อต้านความอ่อนเพลียของร่างกาย
บำรุงไตโดยไม่ส่งผลข้างเคียงต่อร่างกาย มีผลต่อการต่อต้านความเหนื่อยล้าของไต
บำรุงไตด้วยการเสริมพลังวังชา ป้องกันความเสื่อมของไต
เสริมภูมิต้านทานของร่างกาย ต่อต้านความอ่อนเพลีย ช่วยชะลอความแก่
เสริมสร้างความแข็งแรงของระบบกระดูกและเอ็น ขับภาวะลมและภาวะเย็นในร่างกาย
วิธีรับประทาน:วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 8 เม็ด (ถ้าเคี้ยวกินยิ่งดี)

สอบถามเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงไต 
คุณวุฒิ ภัคประเสริฐ 091-745-1919, 094-956-1691
E-mail: wut3699@gmail.com
Line ID: wut3699